ศิลปะกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
สิ่งแวดล้อมรอบตัวเรา แบ่งออกเป็น ๒ ลักษณะคือ สิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่มนุษย์สร้างขึ้นมา มีความสวยงามที่สังเกตรับรู้ได้ด้วยการมองเห็น ซึ่งสามารถถ่ายทอดความงดงามออกมาในรูปแบบของศิลปะ โดยนำองค์ประกอบของทัศนธาตุ ได้แก่ เส้น รูปร่าง รูปทรง สี และลักษณะพื้นผิว มาสร้างงานเช่น เขียนภาพจากธรรมชาติ สร้างสีขึ้นมาจากการเลียนแบบสีจากธรรมชาติ เขียนภาพเสมือนจริง เป็นต้น
สีและวรรณะของสี
สีเป็นทัศนธาตุ และเป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้างสรรค์งานศิลปะ สีมีอิทธิพลต่ออารมณ์ ความรู้สึกของมนุษย์ สามารถเสริมสร้างและเปลี่ยนแปลงอารมณ์ความรู้สึกได้ ผู้สร้างสรรค์งาน ศิลปะ มีความรู้ความเข้าใจ และนำสีไปใช้ให้ถูกต้องเหมาะสม ในการถ่ายทอดผลงานที่สวยงาม สามารถดึงดูดความรู้สึกของผู้ชม หรือผู้พบเห็น
สีจากธรรมชาติ ได้แก่ สีของก้อนหิน แร่ธาตุ ท้องฟ้า ผลไม้ สัตว์ แมลง พืช น้ำทะเล
สีของดอกไม้ ใบไม้ เปลือกไม้ เช่น สีน้ำเงินครามจากดอกอัญชัน สีเขียวจากใบเตย และสีต่างๆ จากเปลือกไม้ที่นำมาย้อมผ้า
วรรณะของสี
วรรณะของสี คือสีในวงจรสี ๑๒ สี ซึ่งมีน้ำหนักของสีต่างกัน อันเกิดขึ้นตามกฎของสี
ธรรมชาติ ที่ให้ความรู้สึกการรับรู้จากการมองเห็น แบ่งเป็น ๒ วรรณะ
๑. สีวรรณะร้อน (Warm Tone Colures)
เป็นกลุ่มสีที่รับรู้จากการมองเห็น ทำให้เกิดความรู้สึกร้อนแรง ตื่นเต้น ตื่นตัว ได้แก่ สีเหลือง สีส้ม สีส้มแดง สีแดง สีม่วง
๒. วรรณะสีเย็น (Cool Tone Colures)
เป็นกลุ่มสีที่รับรู้จากการมองเห็น ทำให้เกิดความรู้สึกสดชื่น ร่มเย็น สงบ เบิกบาน ได้แก่
สีเหลือง สีเขียวเหลือง สีเขียว สีเขียวน้ำเงิน สีน้ำเงิน และ สีม่วงน้ำเงิน สีม่วง
ส่วนสีม่วงและสีเหลือง พบได้ทั้งสีวรรณะร้อน และสีวรรณะเย็น เราเรียกสีลักษณะนี้ว่า สีวรรณะกลาง คือ สามารถอยู่ได้ทั้ง ๒ วรรณะ
วรรณะของสีกับการวาดภาพ
ในธรรมชาติสิ่งแวดล้อมรอบตัวเรา โอบอุ้มไปด้วยสีสันจากธรรมชาติ สลับผลัดเปลี่ยนไปด้วยการเวลา หากเราได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติ เราจะรับรู้ถึงความงาม ความสดชื่น ความเบิกบาน
การสร้างสรรค์ผลงานวาดภาพที่เลียนแบบธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมก็สามารถทำให้เรา และผู้ชมผลงานรับรู้ถึงความงาม โดยการแต่งแต้มสีสันวรรณะของสี เพื่อถ่ายทอดความรู้สึก จากการรับรู้ทางการมองเห็น ให้เกิดความงามทางทัศนศิลป์
น้ำหนักของสี
น้ำหนักอ่อนแก่ของสี หมายถึง ระดับน้ำหนักของสีอ่อนเปลี่ยนไปจนถึงสีเข้ม แบ่งออกเป็น ๒ ประเภท คือ
๑. น้ำหนักอ่อนแก่ของสีหลายสี
น้ำหนักอ่อนแก่ของสีหลายสี หมายถึง น้ำหนักของสีอ่อนเรียงไปจนถึงเข้มในวงจรสี
๒. น้ำหนักอ่อนแก่ของสี สีเดียว
น้ำหนักอ่อนแก่ของสี สีเดียว หมายถึง น้ำหนักของสีอ่อนไปจนถึงสีเข้มโดยนำสีที่อยู่ใน
วงจรไปจนถึงสีเข้ม โดยนำสีที่อยู่ในวงจรสีมาทำให้เกิดน้ำหนักอ่อนแก่ ด้วยวิธีผสมสีขาว สีดำ หรือผสมน้ำ เข้าด้วยกัน
การใช้น้ำหนักอ่อน เข้ม ของสีหลายสี
การสร้างผลงานทัศนศิลป์ สามารถสร้างระยะของภาพได้ เป็น ๓ ระยะ คือ
๑. ระยะใกล้ คือ จุดที่มองเห็นภาพได้ชัดเจน
๒. ระยะกลาง คือ จุดที่มองเห็นภาพได้ถัดไปจากระยะใกล้
๓. ระยะไกล คือ จุดที่มองเห็นภาพห่างออกไปไกลจาก ระยะแรก
การใช้น้ำหนักอ่อน เข้มของสี สร้างระยะของภาพทำให้ภาพดูสวยงามสมจริงมากขึ้นโดย
ใช้น้ำหนักอ่อนของสีสร้างภาพระยะไกล แล้วใช้น้ำหนักเข้มของสีสร้างภาพระยะใกล้
จังหวะ
จังหวะในทางศิลปะ หมายถึง จังหวะในการมองเห็นเกิดขึ้นจากการรับรู้ การจัดวางทัศนธาตุ ให้เป็นระเบียบ สัมพันธ์ต่อเนื่องกันเป็นลำดับการเคลื่อนไหว จากความรู้ทางการเห็น การจัดช่วงจังหวะความห่าง ความสัมพันธ์ต่อเนื่องที่สม่ำเสมอ และไม่สม่ำเสมอของ ทัศนธาตุ เป็นการจัดวางตำแหน่งของภาพให้เกิดความกลมกลืน ลงตัว สวยงามของการสร้างสรรค์ความงามทางศิลปะ แบ่งออกเป็นประเภท ดังนี้
การจัดวางตำแหน่งของภาพ
การจัดวางตำแหน่งของภาพ คือ การนำเอาทัศนธาตุมาประกอบเข้าด้วยกัน จนเกิด ความพอดีเหมาะสม กลมกลืนสวยงาม มีองค์ประกอบทางศิลปะ จากความสมดุลของภาพ จุดเด่นของภาพ ตำแหน่ง และจังหวะในการจัดวางภาพ
การจัดวางภาพมีความสำคัญที่สามารถสร้างสรรค์ความงามที่มีคุณค่า สื่อความหมาย
ความคิด จินตนาการของผู้สร้างผลงาน เกิดความสุขประทับใจทางสุทรียภาพต่อชมผลงาน
ความสมดุลของภาพ
ความสมดุลของภาพสามารถสร้างให้ภาพเกิดความสมดุลเท่าๆ กันภายในภาพได้ หรือไม่มีความสมดุล แต่ถ่วงน้ำหนักกันภายในภาพ ทำให้การมองเห็นความงามทางภาพถ่ายทอดความคิดสร้างสรรค์